VENTPRO.png
Swegon.jpg
Logo.jpg
vent_know-01.jpg
Inventer.png

การระบายอากาศ ภายในบ้านหรือ อาคารสำคัญกับชีวิตเราอย่างไร

           หลักการระบายและถ่ายเทอากาศในอาคาร มีหลักการสำคัญคือ การดึงเอาอากาศ จากภายนอกโดยผ่านกระบวกการขจัดและกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ และนำเอาอากาศคุณภาพดีเข้าไปถ่ายเทภายในอาคาร และขณะเดียวกันก็ขับไล่อากาศที่เป็นมลพิษในอาคาร มลพิษอันเกิดจากกระบวนการหายใจหรือทำกิจกรรมต่างๆที่อยู่ภายในอาคาร ความชื้นที่มากเกินไป รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เหล่านั้นออกจากอาคาร

           

การระบายอากาศ ก็แค่เปิดหน้าต่างก็เพียงพอแล้วหรือไม่?

           การระบายอากาศให้ถ่ายเท สามารถทำได้ โดยการเปิดหน้าต่างไว้เพื่อให้อากาศภายนอกถ่ายเทเข้ามา แต่ในการปฎิบัตินั้นเราไม่อาจทำได้เนื่องด้วยข้อจำกัดที่เราไม่สามารถเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ตลอดเวลา และการปิดอาคารหรือห้องทิ้งไว้นานๆนั้นทำให้เกิด มลพิษทางอากาศทั้งจากแบคทีเรีย และสารเคมีภายในห้อง หรือการดึงเอาอากาศภายนอกเข้ามาโดยตรงที่ปนเปื้อน มลพิษทั้งฝุ่น ควัน กลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งปัญหาหนักปัจจุบัน คือ PM2.5 

           จากการสำรวจพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 93% ของเวลาในแต่ละวันอยู่ภายในห้องหรืออาคารมากกว่าที่จะอยู่ภายนอกอาคาร  นั้นหมายถึงว่าเราควรจะให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในห้องหรืออาคาร ให้มาก เพราะมีผลโดยตรงกับสุขภาพของผู้อาศัย อีกทั้งประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายก็แปรผันโดยตรงกับเรื่องเหล่านี้

vent_know.gif
Standard of Air Quality.jpg

ความแตกต่างระหว่างคุณภาพอากาศภายนอกและภายในอาคาร

           การที่เราใส่หน้ากากปิดจมูกและปาก(Mask) ที่เราใช้กันบ่อยมากในชีวิตประจำวันนี้ เราเข้าใจว่าเมื่อเข้าภายในบ้านหรืออาคารแล้วเราจะมีคุณภาพอากาศที่ดีและปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณภาพอากาศภายในอาคารที่เราอาศัยและหายใจอยู่นั้น อาจไม่ได้ดีกว่าคุณภาพอากาศภายนอกที่เราคิดว่าเป็นอันตรายนั้นอยู่เลย 

           จากการวิจัยของ US EPA (United States Environmental Protection Agency) ซี่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลภาวะของอเมริกา ทำการวิจัยคุณภาพอากาศในที่พักอาศัย บ้าน และตึกอาคารออฟฟิศต่างๆ เป็นเวลากว่า 5 ปี พบว่า คุณภาพอากาศภายในอาคารนั่นมีมลพิษที่อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก และมีหลายที่ที่มีค่าของมลพิษสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 10 เท่า อากาศภายในอาคารมีอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยมากกว่าที่เราคิด

           PM2.5 คือฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากๆ สามารถเล็ดลอดเข้ามาสู่ภายในอาคารได้ ทางช่องว่างระหว่างประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือ แม้กระทั้งรอยแตกต่างๆของอาคาร ในขณะที่ภายนอกอาคารนั้นยังมีการถ่ายเทอากาศโดยลมที่พัดโดยธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณภาพของอากาศอาจจะดีขึ้นในบางครั้ง แต่ภายในอาคารนั้น PM2.5 ยังคงมีค่าสูงและสะสมอยู่ตลอด

※ Overview of the Building Assessment Survey and Evaluation Study. EPA. Web. January 25, 2017.

vent_know_07.gif

PM2.5 คือ?

           อนุภาคที่มีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กเป็นขนาดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ไมโครเมตร เมื่อเราหายใจเอาอนุภาคขนาดเล็กนี้เข้าไป อนุภาคนี้จะเข้าไปในปอดและเกาะฝังอยู่ภายในปอดเรา ทำให้ความสามารถในการทำงานของปอดลดลงและอาจมีอันตรายต่อระบบหายใจและสุขภาพ 

           ส่วนPM2.5นั้น จะมีขนาดเล็กลงไปอีก ตามตารางข้างล่างคือ ขนาดเพียง 0.3 ไมโครเมตร ยิ่งสามารถเข้าไปยังปอดของเราได้ง่าย
“Website Article.” Particle Pollution (PM) AirNow. August 31, 2016. Web. January 23, 2017

vent_know_02.gif

อันตรายจากฝุ่น PM2.5

ผลกระทบจากการสูดอากาศที่มีฝุ่น PM2.5 เป็นที่ส่งที่เราไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง อนุภาคผุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตรนั่นไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่นั่นคือมฤตยูตัวร้ายที่เรามองไม่เห็น หากฝุ่นเหล่านี้เข้าไปยังร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าไปยังปอด จะเข้าไปเกาะในส่วนของถุงที่มีผนังเป็นเยื่อบางๆ ยืดหยุ่นได้ อยู่ปลายสุดของแขนงขั้วปอดรอบๆ ถุงมีเส้นเลือดฝอยหุ้มอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นที่แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดโรดหัวใจเและปอด เนื่องจากการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สามารถทำได้หรือมีประสิทธิภาพด้อยลง

vent_know_03.gif

โรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)

coronavirus3-scaled.jpg
เอกสารจากวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับละอองลอยในอากาศและโควิด(Covid Aerosol)

ไวรัสโคโรนา (COVID-19) เป็นอีกหนึ่งวิกฤตการณ์ทางสุขภาพที่เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติโดย WHO ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นอีกหนึ่งการระบาดครั้งใหญ่ของโลก

โดยหลักเกณฑ์การระบาด (Pandemic) ระดับโลกของ WHO คือ

 

  1. โรคที่สามารถก่อให้เกิดอาการป่วยจนเสียชีวิต

  2. มีการติดต่อระหว่างคนสู่คน

  3. การแพร่ระบาดลุกลามไปทั่วโลก

       การแพร่กระจายของไวรัส

       แพร่กระจายจากการไอจามของผู้ติดเชื้อ โดยเชื้อไวรัสถ่ายถอดผ่านละอองในอากาศหลังจากการจาม ทั้งนี้เชื้อไวรัสโคโรนายังสามารถติดอยู่บนพื้นผิวสิ่งของได้ เช่น โลหะ,ธนบัตร, แก้ว โดยไวรัสโคโรนาสามารถอยู่บนพลาสติก 9 วันและอยู่บนกระดาษ 5 วัน ทั้งระยะเวลาการแพร่กระจายเชื้อจากคนสู่คน ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ระยะฟักตัว ส่งผลให้เราทุกคนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าคนรอบตัวติดไวรัสหรือไม่  จากวิดีโอด้านล่างเป็นการทดลองจามของประเทศญี่ปุ่นที่แสดงให้เห็นละอองขนาดเล็กที่สามารถล่องลอยในอากาศได้เป็นเวลานานในห้องปิดภายในอาคารที่ไม่มีการถ่ายเทระบายอากาศ ไม่ว่าจะเกิดจากการจาม หรือ การสนาทนาปกติ ก็สามารถสร้างละอองดังกล่าวจำนวนมาก  ทางเดียวที่จะลดละอองดังกล่างคือการระบายอากาศสู่ภายนอกอาคาร

แหล่งกำเนิดของมลพิษภายในอาคาร

จากการวิจัยของ EPA พบว่า สิ่งแวดล้อมในอาคารนั่นเป็นมลพิษกว่าภายนอก 2-5 เท่าตัว และในบางกรณีอาจจะสูงถึง 100 เท่าตัวทีเดียว ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็มีผลรายงานที่สอดคล้องกันว่า ประมาณ 3%ของโรคหรือสาเหตุจากการเกิดโรคนั่น มีสาเหตุมาจากปัญหามลพิษภายในอาคาร อีกทั้ง ผลการรายงานของสาเหตุการก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั้น มากถึง 80% เกิดจากสภาพแวดล้อมหรือ มลพิษ

ถึงเวลาหรือยังที่เราควรสนใจคุณภาพอากาศภายในอาคารและการระบายอากาศที่ดี

vent_know-05.jpg